คู่มือจัดการเงิน
วิธีคำนวณกำไรร้านค้าออนไลน์ให้เห็นเงินที่เหลือจริง
กำไรไม่ใช่ยอดเงินเข้าลบบิลค่าสินค้าก้อนเดียว ต้องแยกยอดขาย ต้นทุนต่อรายการ ค่าธรรมเนียม ค่าโฆษณา การคืนเงิน และค่าใช้จ่ายดำเนินงานให้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน
สรุปก่อนอ่าน
- กำไรขั้นต้นเท่ากับยอดขายสุทธิลบต้นทุนสินค้าที่ขาย
- กำไรสุทธิต้องหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานและรายการคืนเงินเพิ่มเติม
- กำไรทางบัญชีอาจไม่เท่ากับเงินคงเหลือ เพราะจังหวะรับและจ่ายเงินต่างกัน
- ควรดูทั้งกำไรต่อออเดอร์ ต่อสินค้า และภาพรวมรายเดือน
1. เริ่มจากนิยามตัวเลขให้ตรงกัน
ยอดขายสุทธิคือยอดขายหลังส่วนลดและการคืนสินค้า ต้นทุนสินค้าที่ขายคือต้นทุนของสินค้าที่ส่งมอบแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานคือค่าโฆษณา ค่าแพลตฟอร์ม ค่าแรง ค่าระบบ และค่าใช้จ่ายอื่นที่ทำให้ร้านทำงานได้
ถ้านำยอดซื้อสต็อกทั้งหมดของเดือนมาหักยอดขายทันที กำไรอาจต่ำเกินจริง เพราะสินค้าบางส่วนยังไม่ถูกขาย ควรผูกต้นทุนกับรายการขายหรือใช้วิธีคำนวณสต็อกที่เหมาะกับร้าน
2. ใช้สูตรสองชั้น
ชั้นแรกดูว่าการขายสินค้าให้ส่วนต่างเพียงพอหรือไม่ ชั้นที่สองดูว่าหลังจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริหารร้านแล้วเหลือเท่าไร การแยกสองชั้นช่วยรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ราคาขาย ต้นทุนสินค้า หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
- กำไรขั้นต้น = ยอดขายสุทธิ - ต้นทุนสินค้าที่ขาย
- กำไรสุทธิ = กำไรขั้นต้น - ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน - ค่าใช้จ่ายอื่น
- อัตรากำไรสุทธิ = กำไรสุทธิ ÷ ยอดขายสุทธิ × 100
ตัวอย่าง
ยอดขายสุทธิ 100,000 บาท ต้นทุนสินค้าที่ขาย 62,000 บาท ค่าโฆษณา 8,000 บาท ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น 7,000 บาท: กำไรขั้นต้น 38,000 บาท กำไรสุทธิ 20,000 บาท อัตรากำไรสุทธิ 20%
3. เก็บต้นทุนที่มักหายจากรายงาน
ร้านจำนวนมากบันทึกเฉพาะค่าสินค้า แต่ลืมค่าธรรมเนียมรับชำระ ค่าขนส่งที่ร้านออกให้ ส่วนลด คูปอง บรรจุภัณฑ์ ค่าโอน และการคืนเงิน ต้นทุนเล็กหลายรายการรวมกันอาจทำให้สินค้าที่ดูเหมือนกำไรกลายเป็นขาดทุน
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและช่องทางชำระเงิน
- ค่าส่งและวัสดุแพ็กสินค้า
- ค่าโฆษณาที่ผูกกับแคมเปญ
- ส่วนลดและคูปองที่ร้านเป็นผู้รับภาระ
- คืนเงิน สินค้าเสีย และรายการทดแทน
4. แยกกำไรออกจากกระแสเงินสด
ร้านอาจมีกำไรแต่เงินสดลดลงเมื่อซื้อสต็อกล่วงหน้า หรือมีเงินเข้ามากแต่ยังไม่มีกำไรเมื่อรับมัดจำและเครดิตลูกค้า การดูเฉพาะยอดคงเหลือในบัญชีจึงไม่พอ
ควรมีรายงานสองมุม: มุมกำไรที่ผูกยอดขายกับต้นทุน และมุมเงินสดที่ดูเงินเข้าออกจริง เมื่อสองมุมต่างกัน ให้ตรวจสต็อก เครดิตคงค้าง ลูกหนี้ และค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
5. ใช้ข้อมูลกำไรเพื่อเลือกการตัดสินใจ
ดูสินค้าที่ทำยอดสูงแต่กำไรต่ำ สินค้าที่คืนเงินบ่อย และช่องทางที่ค่าธรรมเนียมสูง การตัดสินใจควรใช้กำไรต่อรายการร่วมกับเวลาทำงานและความเสี่ยง ไม่ใช่ยอดขายเพียงตัวเดียว
ระบบต้นทุนและกำไรของ MeeTang ช่วยผูกต้นทุนหลายรายการกับยอดขาย เก็บคืนเงิน และตรวจรายการที่ต้นทุนยังไม่ครบ เพื่อให้ตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจมีที่มา
คำถามที่พบบ่อย
กำไรขั้นต้นกับกำไรสุทธิต่างกันอย่างไร?
กำไรขั้นต้นหักเฉพาะต้นทุนสินค้าที่ขาย ส่วนกำไรสุทธิหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม
ค่าโฆษณาควรนับเป็นต้นทุนสินค้าหรือไม่?
โดยทั่วไปแยกเป็นค่าใช้จ่ายการขาย แต่เพื่อการบริหารสามารถเฉลี่ยค่าโฆษณาต่อออเดอร์หรือแคมเปญเพื่อดูความคุ้มค่าได้
ทำไมกำไรเป็นบวกแต่เงินในบัญชีลดลง?
อาจเกิดจากซื้อสต็อกล่วงหน้า จ่ายหนี้เดิม ถอนเงินส่วนตัว หรือมีลูกหนี้ที่ยังไม่รับเงิน จึงต้องดูงบกำไรและกระแสเงินสดแยกกัน
ควรคำนวณกำไรบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจรายการผิดปกติทุกสัปดาห์และปิดยอดอย่างน้อยเดือนละครั้ง ร้านที่มีปริมาณมากควรดูรายวันหรือรายแคมเปญด้วย